/music/2583.wma http://saohaimonk.igetweb.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 สมุดเยี่ยม

 ฟอรั่ม งานคณะสงฆ์

นาฬิกา

Alternative content

สถิติ

เปิดเว็บ07/10/2008
อัพเดท14/04/2014
ผู้เข้าชม243,237
เปิดเพจ291,521

ปฎิทิน

« August 2014»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31      

วิชาพระพุทธศาสนา

บทความ

รายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบธรรมศึกษา ๒๕๕๒

สถานที่ท่องเที่ยวในอำเภอเสาไห้

ทดสอบความรู้ธรรมศึกษา

วัดใน อ.เสาไห้

ลำดับเจ้าคณะอำเภอเสาไห้อดีตถึงปัจจุบัน

ประวัติ จอ.เสาไห้

พระสังฆาธิการ

สนง.จอ.เสาไห้

สนง.จต.ม่วงงาม

สนง.จต.เสาไห้

สนง.จต.สวนดอกไม้

สนง.จต.ท่าช้าง

สนง.จต.พระยาทด

สนง.จต.บ้านยาง

สนง.จต.หัวปลวก

เวปไซต์/เวปบอร์ดที่เกี่ยวข้อง

ดาวโหลดเอกสาร

พระสอนศีลธรรม

ข่าวสารที่น่าสนใจ

ค่ายคุณธรรม

งานพระธรรมทูต อ.เสาไห้ 2552

ข่าวสารคณะสงฆ์

เอกสารอบรมธรรมศึกษาก่อนสอบ

ธรรมศึกษาชั้นตรี

กระทู้ ธ.ศ.ตรี

วิชาธรรม ธ.ศ.ตรี

วิชาพุทธ ธ.ศ.ตรี

วิชาเบญจศีลเบญจธรรม  ธ.ศ.ตรี

ธรรมศึกษาชั้นโท       กระทู้      ธรรม      อนุพุทธ           อุโบสถศีล

ธรรมศึกษาชั้นเอก      กระทู้      ธรรม     พุทธานุพุทธ      กรรมบถ

 


 

๑. วิชาเรียงความแก้กระทู้ธรรม

 

          เรียงความ เป็นวิชาที่เป็นทั้งศิลป์และศาสตร์ ซึ่งอาจเรียกได้ว่า   ศิลปะศาสตร์  ที่กล่าวว่าเป็นศิลป์ เพราะเรียงความเป็นเรื่องของความงามในการใช้ภาษา ส่วนที่กล่าวว่าเป็นศาสตร์นั้นก็เพราะเรียงความเป็นวิชาที่มีหลักการ มีทฤษฎี  จำเป็นต้องศึกษาหาความรู้และประสบการณ์มากพอสมควร จึงจะสามารถเขียนเรียงความได้อย่างดียิ่ง

ความสำคัญของวิชาเรียงความ

๑.      ส่งเสริมความเจริญทางด้านจินตนาการ ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ของผู้เรียน

๒.     ทำให้ผู้เรียนรู้จักลำดับความคิด สามารถถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดของตนออกมาให้ผู้อื่นเข้าใจได้

๓.      รู้จักเลือกถ้อยคำสำนวนโวหารมาใช้ได้ถูกต้องตามหลักภาษา

๔.      ส่งเสริมให้ผู้เรียนเขียนได้ถูกต้องตามแบบที่นิยม

ประโยชน์ของการเรียนกระทู้ธรรม

๑.      ทำให้ผู้เรียนเกิดความซาบซึ้งในคุณค่าของธรรมะ

๒.     ทำให้ผู้เรียนเข้าใจถึงผลดีผลเสีย กล่าวคือคุณและโทษของการปฏิบัติตามและไม่ปฏิบัติตามธรรมะ

๓.      ให้เข้าใจในชีวิตและรู้จักแสวงหาความสุขโดยมีธรรมะเป็นเครื่องชี้แนวทาง

๔.      ช่วยพัฒนาด้านจิตใจของมนุษย์ให้รู้จักผิดชอบชั่วดี  ละความชั่วประกอบความดี โดยพยายามงดเว้นความชั่วโดยเด็ดขาด

หลักเกณฑ์การแต่งเรียงความ

          เรียงความแก้กระทู้ธรรม คือการแสดงความคิด ความรู้สึกของผู้เขียนออกมาโดยการพูดหรือเขียนเป็นหนังสือ  เพื่อให้ผู้ฟังผู้อ่านได้เข้าใจความคิด ความรู้สึกที่ผู้เขียนได้แสดงออก เรียงความจะดีหรือไม่เพียงไรขึ้นอยู่กับความรู้ความสามารถของผู้เขียน การเข้าใจในหลักเกณฑ์การเรียงความเพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เขียนเรียงความได้ดี เพราะการเขียนเรียงความเป็นศิลปะอย่างหนึ่งจึงจำเป็นจะต้องอาศัยความชำนาญของผู้เขียนอีกด้วย  อย่างไรก็ตาม การเข้าใจในหลักเกณฑ์ย่อมจะช่วยให้เรียงความดีขึ้นกว่า โดยไม่เข้าใจในหลักเกณฑ์  เพราะฉะนั้น  จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่เราจะต้องศึกษาหลักเกณฑ์ต่างๆ เหล่านั้นพอสมควร การเขียนเรียงความแก้กระทู้ธรรม จำต้องคำนึงถึงหลักเกณฑ์สำคัญ ๓ ประการ คือ

๑. ตีความหมาย  ได้แก่ การให้คำจำกัดความของธรรมนั้น ว่ามีความหมายอย่างไร  เช่น พุทธภาษิตว่า  กลฺยาณการี กลฺยาณํ ปาปการี จ ปาปกํ.   ผู้ทำกรรมดี ย่อมได้ผลดี ผู้ทำกรรมชั่ว ย่อมได้ผลชั่วดังนี้  ก็ให้คำจำกัดความคำว่า  กรรมดีคืออะไร  กรรมชั่วคืออะไร  ในที่นี้กรรมดีหมายถึง กุศลกรรมบถ  กรรมชั่วหมายถึง อกุศลกรรมบถ  ฯลฯ

          ๒. ขยายความให้ชัดเจน  ได้แก่  การขยายเนื้อความของคำซึ่งได้ให้ความหมายไว้แล้ว คือ  กุศลกรรมบถ  และอกุศลกรรมบถ ว่ามีอย่างละ ๑๐ ประการ  ฯลฯ

          ๓. ตั้งเกณฑ์อธิบาย  ได้แก่  การวางโครงร่างที่จะอธิบายเนื้อความของข้อ (๒) ว่ามีอะไรบ้าง มีอะไรเป็นมูลเหตุทำให้เกิดขึ้น มีผลดีผลเสียอย่างไร มีข้อเปรียบเทียบหรือมีตัวอย่างมาประกอบให้เห็นเด่นชัดหรือไม่ และควรจะนับถึงผลกรรมนั้นๆ อย่างไร จึงจะทำให้ผู้อ่านฟังคล้อยตามโดยเรียงเป็นลำดับขั้นตอนก่อนหลังไม่สับสนวกไปวนมา

          อนึ่ง  นอกจากหลักเกณฑ์สำคัญทั้ง ๓ ประการดังกล่าวแล้ว  เรียงความโดยทั่วไปจะต้องมีองค์ประกอบที่สำคัญ    ประการ คือ

          (๑) คำนำ  นับว่าเป็นตอนเริ่มต้นที่สำคัญที่สุด     เพราะการเขียนคำนำที่ดีก็จะสามารถชักจูงจิตใจของผู้อ่านให้ติดตามอ่านเรียงความต่อไปจนจบ  หากเริ่มต้นคำนำแบบจืดชืด  ก็จะไม่เกิดความประทับใจผู้อ่าน แต่คำนำของเรียงความแก้กระทู้ธรรม  โดยมากจะเขียนไปในแนวอารัมภบทพจนคาถาเพื่อเป็นแนวทางประพฤติปฏิบัติ

          (๒) เนื้อเรื่อง  หมายถึง เรียงความแก้กระทู้ธรรมนั้น ๆ จะต้องให้เนื้อหาสาระที่สำคัญแก่ผู้อ่านทำให้ผู้อ่านได้คุณค่าในด้านต่าง ๆ เช่น การศึกษา  ความรู้  ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ฯลฯ  โดยลำดับ    เนื้อหาสาระให้ต่อเนื่องเป็นเหตุเป็นผลกันไป  ไม่ทำให้ผู้อ่านสับสนไขว้เขว  (เนื้อเรื่องของเรียงความแก้กระทู้ธรรมชั้นตรีนั้น  ควรเขียนประมาณ ๑๒-๑๓  บรรทัดกำลังพอดี)   เมื่อเขียนอธิบายความของเนื้อเรื่องมาพอสมควรแล้วก็นำเอาข้อธรรม (กระทู้รับ)  ที่มีเนื้อความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กันกับเนื้อเรื่องที่เขียนมาอ้างรับรับรองไว้เป็นหลักฐาน  แล้วอธิบายความของกระทู้รับนั้นต่อไป (กระทู้รับชั้นตรี  ควรเขียนประมาณ  ๙-๑๐  บรรทัดกำลังพอดี)

          (๓) คำลงท้าย  หมายถึงการรวบรวมใจความที่สำคัญของเนื้อเรื่องที่ได้อธิบายมาตั้งแต่ต้นมาสรุปไว้อย่างย่อ ๆ โดยให้มีหลักคติธรรมนำไปประพฤติปฏิบัติตามได้  เพราะว่า  คำลงท้ายที่ดีย่อมเป็นเสน่ห์อย่างยิ่งของเรียงความแก้กระทู้ธรรม  ทำให้ผู้อ่านเกิดความซาบซึ้งและรู้สึกว่าเรียงความที่อ่านมีคุณค่าน่าเชื่อถือ  น่าปฏิบัติตาม  เกิดศรัทธาในความคิดของผู้เขียนและเรียงความนั้น (สรุปความชั้นตรี  ควรเขียนประมาณ  ๕-๗  บรรทัดกำลังพอดี) 

 

ข้อความที่ควรท่องจำให้ขึ้นใจ

คำนำ  (บัดนี้  จะได้อธิบายขยายความกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ตั้งไว้  ณ เบื้องต้น  เพื่อเป็นแนวทางในการศึกษาและปฏิบัติตามโดยสังเขป  สืบต่อไป  ฯ)

          พุทธศาสนสุภาษิตเพื่อนำมาเขียนเชื่อม  (ชั้นตรีให้เตรียมไว้    บาท)

          สมดังพระพุทธภาษิตที่มาใน ขุททกนิกาย  ธรรมบท ว่า

อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ.

ตนแล เป็นที่พึ่งแห่งตน ฯ

          สมดังพระพุทธภาษิตที่มาใน อังคุตตรนิกาย  ปัญจกนิบาต ว่า

ททํ ปิโย โหติ ภชนฺติ นํ พหู.

ผู้ให้ ย่อมเป็นที่รัก คนหมู่มากย่อมคบเขา ฯ

          สมดังพระพุทธภาษิตที่มาใน ขุททกนิกาย  ธรรมบท ว่า

สุขํ ยาว ชรา สีลํ.

ศีลนำสุขมาให้ตราบเท่าชรา ฯ

          สมดังพระพุทธภาษิตที่มาใน ขุททกนิกาย  ธรรมบท ว่า

อปฺปมาโท อมตํ ปทํ.

ความไม่ประมาท  เป็นทางไม่ตาย ฯ

          สมดังธรรมภาษิตที่มาใน สวดมนต์ฉบับหลวง ว่า

ขนฺติ หิตสุขาวหา.

ความอดทน นำมาซึ่งประโยชน์สุข ฯ

          คำปิดสรุปจบ    (........ซึ่งมีนัยดังได้พรรณนามาด้วยประการฉะนี้  แล)

เลขที่............

ธรรมศึกษาชั้น  ตรี

วิชาเรียงความแก้กระทู้ธรรม

สอบในสนามหลวง

วันที่………….เดือน………………...................

…………………บาลีตั้ง………………..

…………………คำแปล…….………..

( ย่อหน้า ๑ นิ้ว )    บัดนี้  จะได้อธิบายขยายความกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ตั้งไว้  ณ เบื้องต้น  เพื่อเป็นแนวทางในการศึกษาและปฏิบัติตามโดยสังเขป  สืบต่อไป  

( ย่อหน้า ๑ นิ้ว )    ดำเนินความว่า  (เริ่มอธิบายเนื้อความของกระทู้ให้ได้อย่างน้อย  ๑๓  บรรทัด   โดยการเขียนจะต้องเว้นบรรทัด เมื่อครบ ๑๓ บรรทัดแล้วให้นำกระทู้มาเชื่อมต่อ)…ฉะนั้น  จึงสมดังพุทธภาษิตที่มาใน ขุททกนิกาย  ธรรมบท ว่า

…………………บาลีเชื่อม………………..

…………………คำแปล…….………..

( ย่อหน้า ๑ นิ้ว )    อนึ่ง..( เริ่มอธิบายเนื้อความของกระทู้ให้ได้อย่างน้อย ๗  บรรทัด  เมื่อครบแล้วจึงสรุป )…………………

………………………………………………………………………………………………………………………

 ( ย่อหน้า ๑ นิ้ว )   สรุปความว่า ( เขียนสรุปความให้ได้อย่างน้อย    บรรทัด     โดยการเก็บใจความกระทู้ต้นและกระทู้ที่ ๒ ที่ได้อธิบายมาแล้วนั้นมาอธิบายให้ชัดเจน )..………… ………………………………………………………

………………………………………………………………………ฉะนั้น   จึงสมด้วยพุทธศาสนสุภาษิตที่ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้นนั้น ว่า ( นำบาลีกระทู้ต้นมาปิดท้ายอีกครั้ง )

…………………บาลีตั้ง………………..

…………………คำแปล…….………..

ซึ่งมีนัยดังได้อธิบายมาโดยสังเขป ด้วยประการฉะนี้ 

ตีเส้นปิดท้าย

หมายเหตุ                . ย่อหน้าทุกครั้งให้ห่าง    นิ้วไม้บรรทัด        . เขียนให้ได้ ๒ แผ่น ขึ้นไป โดยเว้นบรรทัด

                                . บอกที่มาของกระทู้ให้ถูกต้อง                        . ต้องมีความเรียบร้อยและสะอาดถูกต้อง

                                . ต้องใช้กระทู้เชื่อม ๑  กระทู้และไม่ซ้ำกันกับกระทู้ตั้ง

                                ๖. ห้ามใช้ปากกาสีแดงเด็ดขาด ไม่ว่ากรณีใด ๆ   

                               ๗. ต้องเขียนเลขไทย

 

 

 

 

 


แนวอธิบายพุทธศาสนสุภาษิต หมวดตน

อตฺตา หเว  ชิตํ  เสยฺโย

ชนะตนนั่นแหละเป็นดี

          ถอดความหมาย : การเอาชนะตัวเองได้ดีกว่าการเอาชนะผู้อื่น

          ประเด็นอธิบาย : ชนะตน คือชนะอย่างไร ?  ชนะตนดีกว่าชนะผู้อื่นอย่างไร ?

          แนวอธิบาย : การเอาชนะตน ในที่นี้หมายถึง การชนะกิเลส คือความโลภ ความโกรธ ความหลง  ซึ่งเป็นรากเหง้าของกิเลสทั้งปวงในใจของตนได้ ด้วยการตั้งตนอยู่ในหลักไตรสิกขา ๓  คือ ศีล การรักษากาย  วาจาให้เรียบร้อย , สมาธิ ความตั้งใจมั่น ,  ปัญญา  ความรอบรู้

          การชนะตนดีกว่าชนะผู้อื่น เพราะการชนะคนอื่น  ๑) เมื่อชนะแล้วย่อมถูกอาฆาตจากคนแพ้  ๒) เป็นการชนะที่ไม่ถาวรสักวันหนึ่งก็ต้องพ่ายแพ้  ๓) ไม่สามารถทำให้พ้นทุกข์ คือ เกิด แก่ เจ็บ ตายได้   ส่วนการชนะตัวเองเมื่อชนะแล้วไม่มีศัตรูอาฆาต เป็นชัยชนะที่ถาวร    และสามารถทำให้พ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้  คือให้เข้าถึงพระนิพพาน ดังเช่นพระพุทธเจ้าและพระอรหันตสาวก เป็นต้น

          ที่มา : ขุททกนิกาย ธรรมบท (ขุ.ธ. ๒๕/๒๙)

 

อตฺตา หิ  ปรมํ  เสยฺโย

ตนแล เป็นที่รักอย่างยิ่ง

          ถอดความหมาย : ทุกชีวิตรักตัวเองยิ่งกว่าสิ่งใด

          ประเด็นอธิบาย : ความรักตัวเอง คือรักอย่างไร ?  ทำอย่างไร จึงจชื่อว่ารักตัวเองอย่างถูกต้อง ?

          แนวอธิบาย : ตนเป็นที่รักยิ่ง  หมายความว่า สิ่งที่มีชีวิตทุกชีวิตต่างก็หวงแหนชีวิต ต้งการมีชีวิต และพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองมีความสุข ตลอดชีวิตของคนคนหนึ่งย่อมทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อตัวเอง ดังนั้น ตนจึงได้ชื่อว่าเป็นที่รักอย่างยิ่ง แต่วิธีการหาความสุขใส่ตัวเองนั้นมีทั้งดีและไม่ดี บางอย่างอาจให้ความสุขเพียงชั่วคราว แต่ก่อทุกข์กับตนมากมาย เช่น พวกค้ายาบ้า การเสพสิ่งสพตด เป็นต้น  การรักตนที่แท้จริงนั้น ควรตั้งตนอยู่ในความดีต่างๆ เช่น ให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา เป็นต้น เพราะความดีย่อมนำพาความสุขมาให้เสมอ

          ที่มา : อังคุตตรนิกาย  สัตตกนิบาต (องฺ.สตฺตก. ๒๓/๙๙)

 

แนวอธิบายพุทธศาสนสุภาษิต หมวดปัญญา

นตฺถิ  ปญฺาสมา  อาภา

แสงสว่างเสมอด้วยปัญญา ไม่มี

          ถอดความหมาย : ไม่มีแสงสว่างใดจะเท่าปัญญา

          ประเด็นอธิบาย : แสงสว่างทั่วไปกับแสงแห่งปัญญาแตกต่างกันอย่างไร ?

          แนวอธิบาย : แสงสว่างทุกชนิดย่อมจะส่องสว่างไปได้แต่เพียงที่จะสามารถส่องได้เท่านั้น เช่น แสงอาทิตย์ ย่อมจะส่องสว่างได้แต่กลางวัน และสถานที่พอจะส่องได้เท่านั้น แต่แสงสว่างแห่งปัญญาสามารถส่องสว่างให้ทะลุปรุโปร่งได้หมด ไม่มีอะไรสามารถปิดกั้นได้ ถ้าเจริญให้ถึงที่สุดแล้วก็จะสามารถกำจัดความมืดคือวิชชา และให้แจ่มแจ้งเห็นทางแห่งอริยมรรค จนถึงพ้นทุกข์ได้ในที่สุด

          ที่มา : สังยุตตนิกาย สคาถวรรค (สํ.ส. ๑๕/๙)

 

 

 


view

บริการ

หน้าแรก
บทความ
เว็บบอร์ด
รวมรูปภาพ
ติดต่อสำนักงาน
พระสอนศีลธรรม
วิชาพระพุทธศาสนา
ค่ายคุณธรรม
โรงเรียน/สถานศึกษา
ปฎิบัติธรรมป่าช้าตาลอย รุ่นบาลี 52
แชทธรรมะ/ดูทีวี/ข่าว
รูปอบรม ธ.ศ. ร.ร.เสาไห้วิมลฯ
เอกสารอบรมธรรมศึกษา
ปลงสังขาร (คนขวัญอ่อนห้ามเข้าดู)
งานบวชชีพราหมณ์ 51
สถิติผู้สอบ/ความเห็นเมื่อสอบ ธ.ศ.แล้ว
งานเทศน์มหาชาติวัดสวนดอก 52
ผลสอบนักธรรมตรี51
อบรมบาลีก่อนสอบ 2552
บวชเณรฤดูร้อน 52
ผลสอบนักธรรมชั้นเอก 2552
พระไทยเน็ต
ประเพณีท้องถิ่น
อาจารย์ใหญ่

จดหมายข่าว

อีเมล์

แบบสำรวจ

การจัดรูปแบบเนื้อหาเว็บไซต์เป็นอย่างไรบ้าง?
ดีมาก
ดี
ปานกลาง
พอใช้
 

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 ค่ายคุณธรรม

view